ประวัติ

MBTI มีการตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1962 ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดย Isabel Briggs Myers และแม่ของเธอ Katharine C. Briggs ซึ่งคู่แม่ลูก 2 คนนี้ต่อยอดมาจากทฤษฎีเดิมของ Carl Jung ซึ่งเขาได้ค้นพบว่าคนแต่ละคนนั้นมีบุคลิกภาพเป็นของตัวเอง แต่มิได้แตกต่างกันจนแยกความแตกต่างไม่ได้ คนบางคนอาจมีลักษณะของการกระทำที่คล้ายกัน

3

จุดเริ่มต้นของ MBTI ครั้งสำคัญ

ในปี ค.ศ. 1918 Isabel ได้พบเจอและตกหลุมรักกับ Clarence Myers ซึ่งทั้ง 2 คนนี้เป็นคู่ครองที่เหมาะสมกันมาก ภายหลังก็แต่งงานกัน ในระหว่างนั้น ความแตกต่างในเรื่องของบุคลิกภาพระหว่าง Isabel (INFP) และ Clarence (ISTJ) ก็เริ่มแสดงให้เห็น นี่เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งที่ทำให้ MBTI ถูกสร้างขึ้นมาเลยก็ว่าได้ ในครั้งหนึ่ง Isabel เคยถูกถามว่า “อะไรทำให้เธอคิดค้นและสร้าง MBTI ขึ้นมา” เธอตอบว่า “เพราะเธอแต่งงานกับ Clarence” แม่ของ Isabel เริ่มเห็นความแตกต่างของคู่รักทั้ง 2 คนนี้อย่างชัดเจนมากขึ้นเมื่อ Clarence มาที่บ้านของเธอเพื่อพบกับครอบครัวในระหว่างช่วงวันหยุดคริสต์มาส Katharine สรุปเรื่องที่ตนได้ค้นพบนี้ว่า Clarence เป็นผู้ชายหนุ่มที่น่าชื่นชม แต่เขาก็แตกต่างกับคนอื่นๆในครอบครัวของเธอ หลังจากนั้น Katharine ก็ลงมือปฏิบัติโดยเริ่มจาการอ่านชีวประวัติของบุคคลต่างๆ จากนั้นก็คิดค้นลักษณะของบุคลิกภาพแบบต่างๆตามที่เธอได้ค้นพบด้วยตัวเอง เธอแบ่งไว้ 4 แบบด้วยกัน ได้แก่ 1.) บุคคลที่ชอบคิดไตร่ตรอง 2.) บุคคลที่ชอบใช้ชีวิตแบบเรื่อยๆ ปล่อยตัวตามธรรมชาติ 3.) บุคคลที่มีลักษณะเป็นผู้บริหาร และ 4.) บุคคลที่ชอบการเข้าสังคม (ภายหลังถูกจัดเป็น I, EP, ETJ และ EFJ ตามลำดับ) เมื่อ Katharine บังเอิญได้อ่านหนังสือของ Carl Jung เกี่ยวกับบุคลิกภาพที่เขาได้ค้นพบ เธอก็รีบไปบอกกับลูกสาวของเธอทันทีและพูดออกมาประมาณว่า “มันใช่เลยล่ะ!” Katharine ได้ศึกษาหนังสือของ Carl Jung อย่างจริงจัง ทั้งเธอและลูกสาวมีความกระหายที่จะศึกษาแบบลักษณะบุคลิกภาพเป็นอย่างมากและเริ่มเดินหน้าค้นคว้าทำการวิจัยในระหว่างช่วงปี ค.ศ. 1920 – 1930 ณ เวลานั้น Isabel ก็สำเร็จการศึกษาจาก Swarthmore และแต่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เริ่มต้นสร้างครอบครัวของเธอเอง ชีวิตการแต่งงานของเธอน่าจะมีอายุราวๆ 61 ปีก่อนที่ Clarence จะเสียชีวิตลง

แรงบันดาลจาก Carl Jung

Carl Jung เป็นจิตแพทย์ชื่อดังชาวสวิสซึ่งในปัจจุบันยังมีการพูดถึงเขากันอยู่มากมาย ควบคู่ไปกับ Sigmund Freud พวกเขาสร้างรากฐานของศาสตร์ต่างๆจนเปรียบเสมือนเป็นบิดาแห่งจิตวิทยา ด้วยทฤษฎีทางจิตวิทยาของ Jung ที่เสนอแนะว่าผู้คนแตกต่างกันตั้งแต่กำเนิด เริ่มตั้งแต่ พวกเขามองหรือรับรู้โลกอย่างไร, พวกเขาจะรับรู้ข้อมูลได้อย่างไร และพวกเขาจะตัดสินใจได้อย่างไร ทั้ง Katharine และ Isabel ก็คิดว่าเหล่าไอเดียของ Jung นั้นน่าจะเป็นประโยชน์กับสิ่งที่ทั้ง 2 แม่ลูกต้องการ เนื่องจากพวกเธออยากให้มันเข้าถึงผู้คนให้ได้ลึกและกว้างขวางกว่านี้

เปลี่ยนทฤษฎีให้เป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง

ด้วยความที่ทั้ง Katharine และ Isabel มีแรงกระตุ้นจากการที่ต้องการช่วยเหลือผู้คนให้เข้าใจตนเองและเข้าใจผู้อื่นมากกว่าเดิมในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 Isabel เลยตั้งใจที่จะประดิษฐ์แบบทดสอบที่จะช่วยจำแนกลักษณะของบุคลิกภาพให้แต่ละคนได้รับรู้ถึงลักษณะบุคลิกภาพของตนเอง เพื่อที่จะทำมัน Isabel จึงเข้าไปขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำเครื่องมือวัดผลทางจิตวิทยาโดยเฉพาะ (Psychometrician) หลังจากนั้นงานของเธอก็ได้รับการรับรองโดยศาสตราจารย์จาก Universities of California, Michigan และ Florida

ทำให้ตัวชี้วัด MBTI นำไปใช้งานได้อย่างกว้างขวางและอีกหนึ่งจุดสำคัญ

แบบทดสอบ MBTI ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกโดย Educational Testing Service (ETS) ภายใต้การดูแลของ Henry C. Chauncey ต่อมาในปี ค.ศ. 1968 นักจิตวิทยาอุตสาหกรรมชาวญี่ปุ่นชื่อ Takeshi Ohsawa ได้รับการอนุญาตให้แปลและเผยแพร่ MBTI แก่คนญี่ปุ่นทั้งประเทศเพื่อใช้ในการบริหารจัดการและการเลือกงานให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพของแต่ละคน นี่คือการแปล MBTI เป็นภาษาอื่นครั้งแรก โดยในช่วงนี้มีการตีพิมพ์ MBTI ออกเป็นทั้งหมด 14 ภาษาเลยทีเดียว จุดสำคัญอีกจุดหนึ่งในประวัติของ MBTI เลยคือการที่นักจิตวิทยาคลินิกจาก University of Florida ใน Gainesville, FL ชื่อว่า Mary McCaulley ได้เข้าเยี่ยม Isabel และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีเยี่ยมในตลอดเวลา 5 ปี ในช่วงนี้เองที่ได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการประมวลผล โดยใช้ทำการวิจัยกับนักเรียนกว่า 3000 คนและยังสร้างโปรแกรมฝึกอบรมการใช้ MBTI อีกด้วย ในช่วงปี ค.ศ. 1970 งานของ Isabel ได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมาก ทางคณะและนักเรียนจาก University of Florida ได้ช่วยกันพัฒนา MBTI อย่างเต็มที่ Isabel เองก็เข้าเยี่ยมมหาวิทยาลัยหลายครั้ง นี่คือสาเหตุให้ MBTI พัฒนาไปอย่างมาก หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1975 Consulting Psychologists Press (CPP) ก็รับไปตีพิมพ์ต่อ ซึ่ง CPP ยังคงเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับ MBTI จนถึงปัจจุบัน

maryandisabel

ความเจริญก้าวหน้าของ MBTI ในฐานะเครื่องมือทางจิตวิทยา

การทำข้อตกลงกับ CPP ในปี ค.ศ. 1975 เป็นการเพิ่มจำนวนคนให้ได้ลองใช้งาน MBTI เยอะขึ้นมากอย่างน่ามหัศจรรย์ จนกระทั่งมันกลายเป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาที่มีการใช้งานกันอย่างกว้างขวางที่สุดในโลก มีการใช้งาน MBTI กันในหลายรูปแบบ เช่น การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการแต่งงาน การพัฒนาของผู้บริหาร ฯลฯ โดยในปัจจุบันก็สามารถหาวิธีใช้ประโยชน์ของ MBTI ได้เรื่อยๆ ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจย่ำแย่ จิตวิทยามีความสำคัญกับคนเรามาก เรียกได้ว่า MBTI สามารถนำมาเกี่ยวข้องกับหลายๆสิ่งรอบตัวเราเลย แต่อะไรจะดีไปกว่าการที่เราได้เข้าใจตนเองและได้เข้าใจคนอื่นอีกล่ะ นี่คือเหตุผลหลักที่ผู้คนปลาบปลื้มในตัว MBTI จนมีคนหลายล้านคนใน U.S. ทำแบบทดสอบนี้ต่อปี